ลดหย่อนภาษี เลือกกองทุนไหนดี? SSF, RMF และ Thai ESG

06/11/2567
ลดหย่อนภาษี เลือกกองทุนไหนดี? SSF, RMF และ Thai ESG

ลดหย่อนภาษี เลือกกองทุนไหนดี? SSF, RMF และ Thai ESG

การลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องสำคัญของคนวัยทำงานที่มีรายได้ที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนทางภาษีในรายปี ซึ่งในปัจจุบันก็มีกองทุนที่สามารถลดหย่อนทางภาษีได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกองทุน SSF, RMF และ Thai ESG แต่กองทุนแต่ละชนิดเหมาะกับใคร และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ควรเลือกลงทุนอันไหนเพื่อลดหย่อนภาษี วันนี้เรามาดูคำตอบไปพร้อมกัน

 

ชวนรู้จักกับกองทุน SSF, RMF และ Thai ESG

 

SSF (Super Savings Fund)

SSF หรือ กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว เป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนลงทุนระยะยาวเพื่อเป็นการออมที่มั่นคง อีกทั้งยังได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทตามความเป็นจริง ในการถือครองนั้นอย่างน้อย 10 ปี เพื่อที่จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข

 

RMF (Retirement Mutual Fund)

RMF หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนการเงินระยะยาวเพื่อการเกษียณ โดยมีจุดเด่นคือการช่วยให้การออมในอนาคตมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีจากการลงทุนใน RMF ได้เช่นเดียวกับ SSF แต่มีเงื่อนไขว่าต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรือเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี และลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน) สามารถขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปี

 

Thai ESG (Thai Environmental, Social, Governance)

Thai ESG หรือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทรนด์การลงทุนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนให้ความสำคัญกับความยั่งยืน กองทุน Thai ESG ก็เป็นอีกทางเลือกการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีนอกเหนือจากกองทุน SSF/RMF

 

เปรียบเทียบ SSF, RMF และ Thai ESG ด้านต่างๆ

 

การใช้สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี

  • SSF: สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้และสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

  • RMF: ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้ และต้องไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

  • Thai ESG: การลงทุนในกองทุน Thai ESG ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

 

ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน

  • SSF: ความเสี่ยงอาจอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง (ระดับ 6)

 

  • RMF: มีความเสี่ยงในระดับที่คล้ายกับ SSF แต่เป็นการลงทุนระยะยาวจึงเหมาะกับการออมเพื่อเกษียณ

 

  • Thai ESG: ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นอยู่กับบริษัทที่ลงทุน แต่มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

นโยบายการลงทุน

  • SSF: ลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

 

  • RMF: ลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

 

  • Thai ESG: ลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย เช่น หุ้นและตราสารหนี้ในไทย โดยมุ่งเน้นบริษัทที่มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

 

ระยะเวลาการลงทุน

  • SSF: 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

 

  • RMF: จนถึงอายุ 55 ปี และครบ 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ

 

  • Thai ESG: 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ

 

 

SSF, RMF และ Thai ESG เหมาะกับใครบ้าง?

3 กองทุนนี้ทั้ง SSF, RMF และ Thai ESG ต่างก็สามารถรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจแตกต่างกันบ้างในด้านวงเงินในการลดหย่อนตามที่ได้กล่าวข้างต้น แต่ในแต่ละกองทุนก็มีความเหมาะสมกับบุคคลที่แตกต่างกันไป ดังนี้

 

  • SSF เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาวมากกว่า 10 ปี

 

  • RMF เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณโดยเฉพาะ

 

  • Thai ESG เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาวแต่มองว่าการลงทุนมากกว่า 10 ปีไม่ตรงกับเป้าหมายที่วางแผนไว้ หรือผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติมนอกเหนือจาก SSF และ RMF

 

สรุป เลือกกองทุนไหนดีระหว่าง SSF, RMF และ Thai ESG

ในการเลือกลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ควรพิจารณาจากเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง เช่น หากคุณต้องการการออมเพื่อเกษียณ RMF อาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณมองหาการออมระยะยาวเพื่อเป้าหมายที่ใกล้ขึ้น SSF อาจเหมาะสมกว่า ส่วน Thai ESG เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและต้องการผลตอบแทนที่ยั่งยืน

 

สุดท้าย การลดหย่อนภาษีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงิน คุณควรคำนึงถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนในการลงทุน และเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและเงื่อนไขการลงทุนของคุณ

 

ลดหย่อนภาษี ลงทุนกับกองทุนรวมผสมซาวาคามิ

 กองทุนรวมผสมซาวาคามิ (Sawakami Mixed Fund) มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือคาดว่าจะมีการเติบโตในอนาคต โดยคำนึงถึงสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวประกอบ มีหน่วยลงทุน 2 ชนิด

 

- หน่วยลงทุนชนิดสะสมมูลค่า (SW-A) เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total Return)

 

- หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SW-SSF) เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

 

คำเตือน กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนฯ ในกองทุนรวม SSF ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนตามที่กรมสรรพากรกำหนด

 


 

สนใจศึกษาข้อมูลกองทุนได้ที่ www.sawakami.co.th/all-fund

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมและหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. ซาวาคามิ (ประเทศไทย) เว็บไซต์ www.sawakami.co.th

หรือ Customer Service โทร 02-081-0525 ถึง 26 หรือ Line Official @sawakamith https://line.me/R/ti/p/@704veymq

Facebook Official : Sawakami Asset Management Thailand https://www.facebook.com/sawakami.th 

 


 

อ้างอิง [1] [2] [3]

แชร์ :

020-810-525

Facebook

Line

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด นโยบายการใช้คุกกี้